ท่าทรายกนก

การบำรุงรักษาแบตเตอรี่

[:TH] การบำรุงรักษาแบตเตอรี่ แบตเตอรี่เป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานจากปฏิกิริยาทางเคมี  เป็นพลังงานไฟฟ้า  ประกอบด้วย –     เปลือกหม้อที่ผลิตจากวัสดุที่บอบบาง –     แผ่นธาตุประกอบด้วยแผ่นตะกั่วบริสุทธิ์  และแผ่นตะกั่วอ๊อกไซด์  มีแผ่นฉนวนกั้นระหว่างแผ่นธาตุ –    น้ำยา  หรือ  Electrolite  ซึ่งเป็นส่วนผสมของน้ำกรดกำมะถันกับน้ำกลั่น  ให้ได้  ถพ. ตาม ที่ต้องการประมาณ  1,250 สรุปแล้วแบตเตอรี่เป็นอุปกรณ์ที่บอบบางแต่ราคาแพง   หากไม่ได้รับการเอาใจใส่หรือบำรุงรักษาให้ถูกวิธี  ก็จะทำให้อายุการใช้งานสั้น  ไม่คุ้มค่า  เนื่องจากชำรุดเสียหายได้ง่ายจากการกระทบกระแทกของแข็ง  หรือใช้งานผิดวิธี ข้อควรระวัง เวลาใส่ขั้วแบตเตอรี่อย่าใช้โลหะหรือของแข็งตอกอัดขั้วลงไป เพราะจะทำให้ขั้วแบตเตอรี่ชำรุดและแผ่นธาตุภายในหลุดร่วง  เกิดการชอร์ทในช่องของแบตเตอรี่  ควรใช้มือกดหมุนลงไปเท่านั้น  ถ้าขั้วสายเล็กกว่าให้หใช้ไขควงถ่างรอยผ่าเสียก่อน  แล้วขันน๊อตให้แน่นพอสมควร  เสร็จแล้วใช้จาระบทาบาง ๆ เพื่อป้องกันซัลเฟสเกาะที่ขั้วแบตเตอรี่ เวลาถอดขั้วสายออกจากแบตเตอรี่ห้ามใช้ไขควงหรือของแข็งงัดออก จะทำให้ฝาแบตเตอรี่ชำรุดเสียหายได้  ต้องกระทำโดยวิธีคลายสกรูออกให้หลวมเสียก่อน  แล้วใช้ไขควงกดปิดรอยแตกแยกให้ถ่างออกแล้วใช้มือหมุนออกเช่นเดียวกับข้อ 1 อย่าสตาร์ทเครื่องยนต์ให้นานเกินควร หรือสตาร์ทติดต่อเป็นเวลานานเกิน  10  วินาทีถ้ายังขืนสตาร์ทเครื่องยนต์ต่อไปอีก  จะทำให้แผ่นธาตุแบตเตอรี่ชำรุด  หรือมอเตอร์สตาร์ทไหม้ได้ ให้เปิดฝาตรวจดูระดับน้ำยาที่อยู่ในช่องแบตเตอรี่แต่ละช่องทุกสัปดาห์ ถ้าระดับน้ำยาลดลงให้เติมเฉพาะน้ำกลั่นเท่านั้น  และควรสูงท่วมแผ่นธาตุประมาณ  1  ซม. อย่าปล่อยแบตเตอรี่ไว้โดยไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานานเป็นอันขาด ต้องนำมาชาร์ทไฟอย่างน้อย  15  วันต่อครั้ง  ครั้งละไม่น้อยกว่า  30  นาที ไม่ควรชาร์ทแบตเตอรี่ด้วยกระแสไฟที่สูงเกินไป จะทำให้แผ่นธาตุทำปฏิกิริรยากับน้ำยาอย่างรวดเร็ว  เกิดความร้อนสูง  ทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ลดลงกว่ากำหนด …

การบำรุงรักษาแบตเตอรี่Read More »

การบำรุงรักษารังผึ้งหม้อน้ำ

[:TH] การบำรุงรักษารังผึ้งหม้อน้ำ รังผึ้งหม้อน้ำ  ทำหน้าที่ควบคุมการระบายความร้อนจากห้องเผาไหม้เครื่องยนต์  ให้อยู่ในอุณหภูมิใช้งาน  (Working Temporature)  ระหว่าง  160 – 180 ฟ. มีลักษณะบอบบางและราคาแพง  หากได้รับการกระทบกระเทือนอย่างแรง  หรือถูกวัสดุแข็งเพียงเล็กน้อย  รังผึ้งหม้อน้ำก็จะชำรุดเสียหาย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขนส่งเครื่องสูบน้ำไปปฏิบัติงานในท้องถิ่น  หากไม่ได้รับการเอาใจใส่ดูแลจากผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว  รังผึ้งหม้อน้ำมักชำรุดเสียหายก่อน  ที่จะนำเครื่องสูบน้ำไปใช้งาน  ทำให้เกิดความยุ่งยากเสียเวลาในการซ่อมแซม  แต่อย่างไรก็ตามหากผู้เกี่ยวข้องมีความรับผิดชอบ  ก็สามารถป้องกันแก้ไขมิให้รังผึ้งหม้อน้ำเกิดการชำรุดเสียหายได้ ข้อควรระวัง ต้องตรวจดูระดับน้ำทุก ๆ ครั้งก่อนติดเครื่องยนต์ ปกติระดับน้ำต้องอยู่ระหว่างคอหม้อน้ำ ควรเติมน้ำที่สะอาดลงไปในหม้อน้ำเท่านั้น เพื่อป้องกันมิให้หม้อน้ำ  หรือทางเดินของหลอดรังผึ้งหม้อน้ำเกิดการอุดตัน ตรวจดูรอยรั่วตามที่ต่าง ๆ เช่น ท่อยางหม้อน้ำ  รังผึ้ง  ปั๊มน้ำ  ฯลฯ  หากมีรอยรั่วซึมให้ทำการซ่อมแซมแก้ไขทันที ตรวจดูสายพาน อย่าให้หย่อนหรือตึงเกินไป  ปกติต้องอยู่ระหว่าง ½” – 1” ตรวจดูครีบที่รังผึ้งหม้อน้ำอย่าให้พับงอปิดช่องทางลม หรือสกปรกเต็มไปด้วยดินโคลนและคราบน้ำมัน  เพราะจะทำให้ระบายความร้อนยาก  เครื่องยนต์จะร้อนจัด  หากครีบพับงอให้ใช้ใบเลื่อยหรือโลหะบาง ๆ ดัดให้ตรง  ถ้าครีบสกปรกให้ทำความสะอาด  ใช้ลมหรือไอน้ำร้อนที่มีความดันสูงพ่นย้อนทิศทางลมเข้า พัดลมระบายความร้อนต้องอยู่ในสภาพที่ดี ไม่แตกหัก  หรือบิดงอเสียศูนย์จะทำให้ปั๊มน้ำชำรุด อย่าติดเครื่องยนต์โดยมิได้ปิดฝาหม้อน้ำเป็นอันขาด เพราะจะทำให้เกิดตะกรันในรังผึ้งและภายใน  เครื่องยนต์  …

การบำรุงรักษารังผึ้งหม้อน้ำRead More »

การเติมลมยาง มีผลกับยางมากกว่าที่คุณคิด

[:TH] การเติมลมยาง มีผลกับยางมากกว่าที่คุณคิด การเติมลมยางนั้นมีผลกับยางอย่างยิ่ง การให้ลมยางจนความดันยางนั้นสูงหรือต่ำกว่ามาตรฐานจะทำให้เกิดอันตรายทั้งสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และมีผลต่ออายุการใช้งานของยางรถยนต์ การใช้ลมยางที่ไม่เหมาะสมนั้นจะมีผล ต่อการขับขี่รถยนต์ การที่ยางรถยนต์จะตะกุยไปข้างหน้า หรือเบรกรถยนต์ก็มีผล ความดันยางที่ต่ำกว่ามาตรฐาน จะทำให้โครงสร้างของยางรถยนต์นั้นยุบตัวมากกว่าปกติที่ยางรถยนต์ควรจะเป็น ซึ่งจะทำให้เมื่อขับขี่รถยนต์นั้นยางรถจะมีความร้อนสูงขึ้น แรงต้านทานการหมุนของล้อเพิ่มขึ้น การหมุนของพวงมาลัยยากขึ้น และทำให้ล้อนั้นต้องสึกหรือมีอายุการใช้งานที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น การสึกของยางที่เติมลมยางน้อยเกินไปยางจะเกิดการสึกบริเวณไหล่ยาง และแก้มยางนั้นทำงานหนักเกินไปทำให้สึกหรอได้ง่าย และเมื่อความดันลมยางสูงกว่ามาตรฐาน จะส่งผลต่ออายุการใช้งานเช่นกันและทำให้การขับขี่นั้นเป็นอันตรายเพราะยางรถ ยนต์นั้นยึดติดถนนลดลง และอาจเกิดระเบิดได้ง่าย ซึ่งจะมีผลต่อการสึกหรอของช่วงล่างรถยนต์ วิธีการเติมลมยางให้ถูกต้อง เติมลมตามสเปคของรถที่กำหนด โดยสามารถศึกษาได้จากคู่มือของรถนั้น ๆ ควรเติมลมยางในขณะที่ยางไม่ร้อนเกินไป หากต้องเดินทางไกล นาน ๆ ควรเพิ่มลมยางอีกประมาณ 3-5 PSI (ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) หมั่นเช็คลมยางเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ดังนั้นผู้ขับขี่รถยนต์ควรระมัดระวังและควรเข้าใจการเติมลมยางทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเติมเองหรือให้ที่อื่นเติมก็ควรจะเติมตามาตรฐานที่กำหนดซึ่งจะเป็นผลดีต่อผู้ขับขี่และยานพาหนะของผู้ ขับขี่เอง Cr. http://www.deestone.com [:en] การเติมลมยาง มีผลกับยางมากกว่าที่คุณคิด การเติมลมยางนั้นมีผลกับยางอย่างยิ่ง การให้ลมยางจนความดันยางนั้นสูงหรือต่ำกว่ามาตรฐานจะทำให้เกิดอันตรายทั้งสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และมีผลต่ออายุการใช้งานของยางรถยนต์ การใช้ลมยางที่ไม่เหมาะสมนั้นจะมีผล ต่อการขับขี่รถยนต์ การที่ยางรถยนต์จะตะกุยไปข้างหน้า หรือเบรกรถยนต์ก็มีผล ความดันยางที่ต่ำกว่ามาตรฐาน จะทำให้โครงสร้างของยางรถยนต์นั้นยุบตัวมากกว่าปกติที่ยางรถยนต์ควรจะเป็น ซึ่งจะทำให้เมื่อขับขี่รถยนต์นั้นยางรถจะมีความร้อนสูงขึ้น …

การเติมลมยาง มีผลกับยางมากกว่าที่คุณคิดRead More »

ใครว่าดอกยางไม่สำคัญ

[:TH] ใครว่าดอกยางไม่สำคัญ ดอกยางรถยนต์นั้นมีไว้ เพื่อยึดเกาะถนนและรีดน้ำขณะขับรถเมื่อถนนเปียก เพื่อให้หน้ายางนั้นสัมผัสพื้นถนนทำให้การเดินทางนั้นสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัยและไม่ลื่นจนออกถนน นอกจากนี้ยางยังทำหน้าที่กระจายน้ำหนักให้รถยนต์ โดยหน้ายางจะทำหน้าที่กระจายแรงทั้งหมดไปยังทิศทางต่างๆ สู่ผิวถนน ยางรถยนต์ทุกชนิดจะมีดอกยาง ยกเว้นยางรถยนต์ที่ใช้ในการแข่งขันทางเรียบและความเร็วสูง ที่พื้นถนนต้องแห้ง ซึ่งยางประเภทนี้เรียกว่า สลิ้ก (Slick) ดอกยาง คือส่วนบริเวณบนหน้ายาง และมีหน้าสัมผัสถนนตลอดเวลาที่รถวิ่ง ร่องยาง คือร่องที่ลึกลงไปจากหน้ายาง หรือร่องที่อยู่ระหว่างยาง ร่องยางที่ตื้น (ดอกยางหมด) หรือที่เรียกกันว่า ดอกยางโล้น จะทำให้ยางนั้นรีดน้ำได้น้อยลงและลื่นเมื่อเจอสภาพถนนที่เปียกหรือฝนตก เพราะร่องยางนั้นมีไว้เพื่อรีดน้ำ โดยหากมีร่องยางที่ตื้นน้ำที่แทรกอยู่ระหว่างหน้ายางกับพื้นถนน จะทำให้ผิวสัมผัสหน้ายางกับพื้นถนนลดลง ซึ่งเมื่อวิ่งก็จะเกิดอาการลื่นไถล แต่เมื่อวิ่งในถนนที่แห้งและแดดจัด จะวิ่งได้ดีกว่าเพราะยางมีหน้าสัมผัสพื้นถนนมากกว่า ดอกยางที่ดีควรมีความลึกไม่น้อยกว่า 3 มม. ซึ่งขึ้นอยู่กับความลึกของน้ำบนผิวถนนและความเร็วของรถด้วยส่วนอายุของยางไม่ควรเกิน 5 ปี นับจากวันที่ผลิต หากครบหรือเกินควรรีบเปลี่ยนทันทีเพื่อความปลอดภัย ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีการผลิตยางของดีสโตน ได้คิดค้นการออกแบบดอกยางตามวัตถุประสงค์การใช้งานของรถยนต์แต่ละประเภทที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ดอกยางแต่ละประเภทมีความสัมพันธ์กับการยึดเกาะถนน การรีดน้ำ การสลัดดินโคลน การตะกุยปีนป่าย รวมถึงเรื่องของเสียงรบกวนอีกด้วย ยางรถยนต์ที่ใช้งานบนถนนที่เรียบ ดอกยางควรเป็นดอกละเอียด ร่องยางไม่ห่าง เพื่อไม่ให้เสียพื้นผิวสัมผัสกับหน้าถนนมากจนเกินไป สามารถรีดน้ำออกได้อย่างรวดเร็ว และมีเสียงรบกวนน้อย ยางรถยนต์ที่ใช้งานถนนออฟโรด ลุยโคลน หินหรือใช้งานในเส้นทางวิบาก …

ใครว่าดอกยางไม่สำคัญRead More »

ส่วนประกอบยางรถยนต์

[:TH] ส่วนประกอบยางรถยนต์ Tread เป็นส่วนที่สัมผัสกับผิวถนน ทำหน้าที่ปกป้องกันไม่ให้โครงยางได้รับความเสียหาย เมื่อมีของมีคมบาดหรือทิ่มตำยาง และยังได้ช่วยในการ ยึดเกาะถนน รีดน้ำเมื่อเวลาขับขี่บนเส้นทางเปียก Cap Ply ชั้นผ้าใบ ที่รัด Steel Belt จะช่วยเพิ่มความแข็งแรง และให้ยาง มีผลตอบสนองสม่ำเสมอ (Uniformity) Steel Belt ทำให้หน้าสัมผัสยางเรียบและกว้าง กระจายน้ำหนักบรรทุก และช่วยเพิ่มความแข็งแรง ให้กับหน้ายาง และป้องกันไม่ให้โครงยางชำรุดเสียหาย จากการรับแรงกระแทก จากพื้นถนน Casing ทำหน้าที่รักษาความดันลมภายในยางเพื่อให้ยางคงรูปร่าง และสามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้ Sidewall เป็นส่วนด้านข้างของยาง ทำหน้าที่ห่อหุ้ม และป้องกันความเสียหายของโครงยาง (Casing, Carcass) Inner Liner เป็นชั้นเนื้อยางที่อยู่ด้านใน มีหน้าที่ป้องกันการรั่วของลมยาง ปกติจะทำจากยางสังเคราะห์ เนื่องจากกันการรั่วซึมได้ดีกว่า Apex ยางแข็งๆ ที่มีลักษณะคล้ายสามเหลี่ยม ทำหน้าที่เชื่อมต่อ ระหว่างส่วนที่แข็ง คือบริเวณขอบยาง ไปสู่ส่วนที่อ่อนและยืดหยุ่น คือบริเวณแก้มยาง Bead Wire กลุ่มของเส้นลวดเหล็กกล้า ที่ช่วยยึดส่วนปลายทั้ง …

ส่วนประกอบยางรถยนต์Read More »

หม้อน้ำ

[:TH] หม้อน้ำ หม้อน้ำ เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในการระบายความร้อน หรือหล่อเย็นเครื่องยนต์จากการทำงานที่ต้องอาศัยความร้อน เหตุนี้เองรถยนต์ของเราจึงต้องมีหม้อน้ำเพื่อป้องกันความร้อนสะสมของเครื่องยนต์ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการผิดปกติของระบบจุดระเบิด เช่น อุณหภูมิในห้องเผาไหม้สูงเกินไป จนทำให้เกิดการชิงจุดระเบิด ซึ่งจะทำให้เครื่องยนต์ของเราเกิดอาการน็อคได้ คอลัมน์ Knowledge ในวันนี้ จึงจะนำความรู้ในการตรวจเช็คหม้อน้ำ และอุปกรณ์ต่างๆ ให้เพื่อนๆ ได้ทราบกัน เพื่อจะให้เจ้าหมอน้ำของเรา ช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ไปได้นานๆ นั่นเองครับ ก่อนอื่นก็ต้องทราบกันก่อนครับว่า หม้อน้ำ จะอาศัยปั้มน้ำเป็นตัวหมุนเวียนน้ำ โดยจะไหลเข้าทางด้านล่าง ถ้าเพื่อนๆ สังเกตก็จะเห็นท่อยางหม้อน้ำ ซึ่งจะต่ออยู่กับตัวหม้อน้ำทางด้านล่าง แล้วไหลผ่านโพรงต่างๆ ในเครื่องยนต์ จากนั้นไหลกลับออกมาที่ท่อยางหม้อน้ำ ด้านบนโดยจะมีตัววาล์วน้ำที่เราเรียกกันว่า เทอร์โมสตรัทเป็นตัวควบคุมอุณหภูมิของน้ำนั่นเองครับ และสิ่งที่เราควรจะต้องตรวจสอบเป็นประจำเพื่อให้เจ้าหม้อน้ำทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นก็คือ ท่อยางหม้อน้ำบน-ล่างซึ่งโดยปกติแล้ว ท่อน้ำด้านบนจะมีอายุสั้นกว่าด้านล่างเพราะท่อน้ำได้บนต้องรับน้ำที่มีอุณหภูมิสูงกว่าด้านล่างนั่นเองครับ วาล์วน้ำวิธีการสังเกตก็ง่ายๆ ครับ เมื่อไหร่ที่เสียจะทำให้น้ำไม่สามารถไหลเวียนได้เหมือนปกติ ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิของเครื่องยนต์สูงขึ้น ฝาหม้อน้ำถ้าเสียหรือรั่ว จะทำให้น้ำที่ถูกดันออกมาจากถังพัก ไม่ถูกดูดหลับไปในหม้อน้ำ ซึ่งในการเปลี่ยนก็ต้องสังเกตดีๆ นะครับ เพราะฝาหม้อน้ำไม่ได้ใช้ด้วยกันได้ไปทั้งหมด น้ำในถังพักน้ำต้องอยู่ในระดับ FULL ที่กำหนดไว้อยู่เสมอ สายยางจากหม้อน้ำไปถังพักน้ำถ้ารั่วหรือซึมควรเปลี่ยนให้เร็วที่สุด พัดลมไฟฟ้าควรตรวจสอบการทำงานอยู่สม่ำเสมอ ถ้าไม่ทำงานหรือเสีย ควรเปลี่ยนให้เร็วที่สุด ยางอุดตาน้ำด้านล่างถ้าเห็นว่ามีอาการบวมเมื่อไหร่ หามาเปลี่ยนใหม่ได้เลยครับ คอห่านที่ต่อกับท่อน้ำอาจผุพังตามการเวลา ควรตรวจเช็คอย่างสม่ำเสมอนะครับ หม้อน้ำถ้าเริ่มรั่วก็ทำใจไปหามาเปลี่ยนใหม่ได้เลยครับ นี่ก็เป็นวิธีการตรวจเช็คอุปกรณ์ง่ายๆ ที่เพื่อนๆ ก็สามารถตรวจเช็คได้เอง …

หม้อน้ำRead More »

รันอิน คืออะไร ?

รันอิน คืออะไร ? Run In คือ การปรับสภาพเครื่องยนต์ รวมถึงชิ้นส่วนต่างๆ ให้พร้อมและสมบูรณ์ เนื่องจากรถใหม่ที่ออกมาจากศูนย์ ยังไม่ถูกใช้งานถึงจุดที่เครื่องยนต์จะเข้าที่และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด น้ำมันเครื่อง และน้ำมันหล่อลื่นในส่วนต่างๆ ยังไม่ไปหล่อเลี้ยงได้อย่างสมบูรณ์ หรือแปลกันทางเทคนิค ได้ว่า การเดินเครื่องขณะสภาพใหม่ หรือการเดินเครื่องก่อนใช้งานปกติ เพื่อให้รถยนต์ใหม่ ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง สำหรับการ run In โดยปกติจะทำในระยะทางประมาณ 1,000 กิโลเมตร แรกและสามารถปฏิบัติได้ดังนี้ พยายามสตาร์ทเครื่องครั้งเดียวให้ติด โดยเฉพาะขณะที่เครื่องเย็นรอให้ไฟสัญญาณเตือนดับหมดก่อน อุ่นเครื่องไว้ซักประมาณ 3-5 นาที แล้วจึงค่อยออกรถ สำหรับรถเกียร์ธรรมดา ควรเปลี่ยนเกียร์ให้เหมาะสมกับความเร็วของรอบเครื่องยนต์ และพยายามไม่ให้เครื่องยนต์ใช้รอบสูงจนเกินไป ถ้าเป็นเกียร์อัตโนมัติ หลีกเลี่ยงการลดเกียร์ต่ำ และหากเป็นไปได้ ไม่ควรลดเกียร์เพื่อใช้ในการชลอความเร็วรถ การออกรถ ไม่ว่าจากที่จอดหรือติดไฟแดง ควรจะค่อยๆ เหยียบคันเร่ง อย่าให้เครื่องยนต์กระชากและใช้รอบการทำงานสูงจนเกินไป ไม่ควรขับรถโดยใช้ความเร็วเกิน 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง เนื่องจากชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ยังฟิตอยู่ ควรให้ทุกอย่างขับเคลื่อนอย่างเข้าที่ก่อน เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรอง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเฟืองท้าย รวมถึงของเหลวต่างๆ และเข้ารับบริการทั่วไปในระยะปกติ เพราะในช่วงรันอิน เศษโลหะต่างๆ จะหลุดจากชิ้นส่วนที่เสียดสีกันมาปะปนกับน้ำมันหล่อลื่นต่างๆ …

รันอิน คืออะไร ?Read More »